27Speed กรุงเทพฯ เอกมัย ศรีนครินทร์ บางนา ศูนย์บริการเคลือบแก้ว Glass Coating ระบบพ่นระดับพรีเมียมและติดฟิล์มV-KOOL สมาชิก Thailand Quartz Club เคลือบแก้ว - Glass Coating - ร้านเคลือบ - เคลือบแก้ว ราคา - น้ำยาเคลือบแก้ว - ฟิล์มกันรอยรถยนต์ - ราคาเคลือบแก้ว - ราคาเคลือบแก้วรถยนต์ - เคลือบ แก้ว สี รถ ราคา - ร้านเคลือบแก้ว - ติดฟิล์ม - ราคาฟิล์ม v kool – ฟิล์มรถยนต์ v kool - ฟิล์ม v kool ราคา - ฟิล์ม v kool - v kool ฟิล์ม - v-kool – ติดฟิล์ม v kool - ฟิลม์ v kool - ฟิล์มวีคูล

เคลือบแก้ว / Glass Coating

ต้นกำเนิดของ เคลือบแก้ว

แต่เดิม เคลือบแก้วมีต้นกำเนิดจาก การคิดค้นน้ำยาเคลือบสีรถแบบถาวรของชาวญี่ปุ่น เพื่อรักษาสภาพรถโบราณ และรถยนต์คลาสสิคให้อยู่คงทนยาวนาน ให้สภาพสีดูเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งระยะแรกของการคิดค้นผลิตภัณฑ์จะได้รับความนิยมกันอยู่ในกลุ่มคนรักรถคลาสสิกกลุ่มเล็กๆเท่านั้น โดยเน้นไปที่รถที่จอดเก็บอย่างดี ในพิพิทธภัณฑ์เป็นต้น ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ช่วงแรกที่ผลิตออกมา จะเน้นความวาวใส และความคงทนของตัวน้ำยาเคลือบแก้ว สองสิ่งนี้เท่านั้น

จากนั้นเมื่อประสบความสำเร็จในการรักษาสภาพสีรถคลาสิก ผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วจึงถูกพัฒนาเข้าสู่อุตสาหกรรมดูแลรักษารถยนต์ หรือ Car Detailing Service ในประเทศญี่ปุ่นโดยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากการได้นำผลิตภัณฑ์เคลือบแก้วเหล่านี้ไปใช้งานจริงคือ การใช้งานในชีวิตประจำวัน สีผิวรถเหล่านี้ จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เจอปัจจัยการใช้รถที่ต่างกัน

ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นจะมีครบทั้ง4ฤดู อุณหภูมิร้อนสุดจนไปถึงเย็นติดลบ ดังนั้นเม็ดสีของรถจะเกิดการพอง และยืดหดตัวตามอุณหภูมิ เคลือบแก้วที่เคยนำไปใช้กับรถคลาสสิกอาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานในสภาวะภายนอก

จึงเกิดการพัฒนาด้านความยืดหยุ่นของน้ำยาเคลือบแก้ว ให้สามารถรองรับการใช้งานโดยเพิ่มความแข็งแกร่งถึงขั้นสุด คือระดับ 8H และระดับ9Hในปัจจุบัน โดยผสานเอาความเงาใสและความยืดหยุ่นของนำ้ยาเข้าไว้ด้วยกัน

น้ำยาเคลือบแก้วและเทคนิคงานเคลือบแก้วในปัจจุบันจึงพัฒนาขึ้นจากจุดนั้นเป้นต้นมา

เคลือบแก้วมีกี่ประเภท?

เคลือบแก้วในปัจจุบันมีอยู่ 2 ระบบ คือเคลือบแก้วระบบพ่น และ เคลือบแก้วระบบทา ความแตกต่างกันเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัย และขั้นตอนการผลิตสารเคลือบแก้ว เพื่อตอบสนองกระบวนการเคลือบที่แตกต่างกัน ระบบพ่นคือผลิตมาเพื่อพ่นโดยเฉพาะ ไม่นิยมนำน้ำยาระบบทามาใส่กาพ่น

ในเคลือบแก้วมีอะไร?

ในเคลือบแก้ว ประกอบด้วย Silica (Si)ในระดับความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันออกไป โดยศาสตร์ของการสร้างสรรน้ำยาเคลือบแก้วในปัจจุบัน จะไม่ได้มองไปที่จุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นการหาสมดุลระหว่าง ความแข็งแกร่ง ความวาวใส และ ความยืดหยุ่น​ ซึ่งทั้งสามส่วนนี้จะต้องทำงานประสานกัน เพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย

หัวใจของเคลือบแก้วที่สมบูรณ์แบบคือ?

หัวใจของเราคือ การสร้างค่าความแข็งแกร่ง และผสานเป็นเนื้อเดียวกับผิวสีในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ถูกลดทอนความเงาใสออกไป "ราวกับการเจียระไนแก้ว แก้วที่บางใสแต่อัดแน้นไปด้วยความแข็งแกร่งทุกอณูซึ่งจะสะท้อนสีรถออกมาได้ดีที่สุด"

ดังนั้นเคลือบแก้วที่ผ่านการสร้างสรรค์ออกมา จะไม่จำเป็นต้องเคลือบเติม เคลือบซ้ำ เพื่อเพิ่มความหนาใดๆ แต่สามารถสะท้อนสีรถออกมาได้สมบูรณ์ที่สุด ตั้งแต่วันแรกโดยไม่แข็งจนเกิดการแตกร้าวแต่สามารถยืดหยุ่นได้เอง ตามสภาพผิวสีและอุณหภูมิ


ทำความรู้จักกับเคลือบแก้วระบบพ่น

  • เคลือบแก้วระบบพ่นคือเคลือบแก้วที่ถูกพัฒนามาล่าสุด จากการนำเอาเทคโนโลยีพ่นสีรถยนต์ในปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับการเคลือบแก้ว มีความเหมือนกันตรงที่ วิธีการพ่นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าเช็ดตาม พ่นเป็นละอองฟุ้ง องศาในการพ่นมีลักษณะกว้างกระจายตัวรอบผิวสี แต่สามารถระเหยได้เองในไม่กี่วินาที ไม่ใช่การนำน้ำยาระบบทามาใส่กาพ่นเพื่อเพิ่มมูลค่าใดใด ด้วยกระบวนการพ่นทั้งระบบนั้นจัดเป็นเคลือบแก้วที่ระดับมืออาชีพนิยมใช้สูงสุดในประเทศญี่ปุ่นปัจจุบัน (อ่านต่อ)


ทำความรู้จักกับเคลือบแก้วระบบทา

  • เคลือบแก้วระบบทาเป็นเคลือบแก้วที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ผลิตมาเพื่อระบบทาโดยเฉพาะโดยใช้ช่างผู้ชำนาญงานในการทาเพื่อให้นำ้ยากระจายตัวอย่างเหมาะสม โดยจะแตกต่างจากระบบพ่นตรงความคงทนและความแข็งแกร่งแต่ใช้เวลาในกระบวนการเคลือบแก้วที่สั้นกว่า (อ่านต่อ)

Latest Works

Package

  • เคลือบแก้วระบบทา
  • เคลือบแก้วระบบทา theGLASS

  • ฟิล์มกรองแสง V-KOOL
  • SOLITAIRE ENERGY, ECO STATURE, OZONE SIGNATURE

TQC MEMBERS

ติดต่อเรา

พูดคุยกับเราได้โดยตรงที่ 02-108-2926